คิดเอาไว้ว่าใช่.. ต้องใช่แน่ๆ?! “ชนาธิป” ใบ้เป็นนัย “พี่ชายจะย้ายออกจากทีม”

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนบอล “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลุ้นสุดๆว่าจะใช่ “คลีตัน ซิลวา” หรือไม่ เมื่อล่าสุด “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ออกมาโพสต์ทำนองว่ามีแข้งรุ่นพี่ที่เจ้าตัวสนิทจะต้องอำลาทีม

เนื่องจาก คลีตัน เพิ่งถูกหั่นชื่อจากทีมชุดลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่มเมื่อเร็วๆนี้ จึงทำให้มีข่าวลือว่าเจ้าของดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่เเล้วอาจจะย้ายออกจากถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม โดย “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพร่างเล็กของกิเลนผยอง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเกี่ยวกับรุ่นพี่ในทีมคนหนึ่ง ซึ่งแฟนคลับก็พร้อมใจคาดกันว่าน่าจะเป็น คลีตัน ซิลวา แน่นอน

จากเฟซบุ๊ค Chanathip Jay Songkrasin โพสต์ว่า “เมื่อวานไป recovery ที่สนาม และมีพี่ชายที่ผมสนิทมากเดินมาบอกว่า เจ โชคดีนะ ผมต้องย้ายทีม ผมก็เสียใจแต่ผมก็รู้สึกมันเป็นวิธีฟุตบอล ผมก็คุยกับเขาว่าฟุตบอลคือสิ่งสำคัญที่สุดและก็คือการพัฒนา แต่สิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตคือเงินในอนาคต ขอให้พี่ชายของผมโชคดี” อย่างไรก็ดี โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปจากหน้าเฟซของดาวเตะทีมชาติไทยเรียบร้อย แต่กระแสก็ยังเชื่อว่าน่าจะเป็นดาวยิงบราซิลที่ชนาธิปสนิทสนมเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยร่วมทีมกันทั้งสมัยอยู่บีอีซี เทโรศาสน จนมาถึง เมืองทอง ยูไนเต็ด นั่นเอง

มูรินโญ่ ไขข้อสงสัย ทำไมชอบตัดชื่อ ชอว์ หลุดทีม แต่มี ดาร์เมียน นั่งสำรองตลอด

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาไขข้อสงสัยที่ว่าทำไมมักจะใส่ชื่อ มัตเตโอ ดาร์เมียน เป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ในขณะที่ ลุค ชอว์ แทบไม่ค่อยมีชื่อติดทีมทั้งตัวจริงและข้างสนาม โดยบอกว่าเป็นเรื่องของความหลากหลายในการยืนตำแหน่งนั่นเอง”เขา (ชอว์) จะต้องตั้งใจทำงานและรอต่อไป

แต่ในเกมล่าสุดผมต้องการใส่ชื่อกองหลังแค่คนเดียวบนม้านั่งสำรอง และคนนั้นก็เป็นกองหลังที่สามารถเล่นได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง” กุนซือปีศาจแดงกล่าว”ดาร์เมียนสามารถเล่นได้ทั้งแบ็คซ้ายและแบ็คขวา ขณะที่ในยามจำเป็นเขาก็ขยับมายืนตรงกลางได้ด้วย ดังนั้นตัวเลือกของผมก็ต้องเป็นดาร์เมียน””ที่ผมพูดได้ตอนนี้ก็คือลุคกำลังทำงานของเขาได้ดี ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา เขากำลังตั้งใจต่อสู้อย่างเต็มที่ เขาเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเช่นกัน”

สำหรับ ชอว์ นั้นยังมีปัญหาด้านสภาพความฟิต นับตั้งแต่หายเจ็บจากตอนขาหักเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้เจ้าตัวยังต้องรอคอยโอกาสลงสนามแบบเต็มๆ อีกต่อไป

ใหม่ ยิ้มได้โฆษณาเป็นตัวแทนสาวเอเชีย ปัดเตรียมดึง น้ำตาล ให้ผจก.ดูแล

ใหม่ ดาวิกา เผยได้ร่วมงานโฆษณาต่างประเทศ อุบรายละเอียด ยันค่าตัวไม่สูง เปรยมีแคสต์งานที่ต่างประเทศไว้ รับสนิทน้ำตาล ชลิตา นานแล้วก่อนเข้าประกวด เพราะรู้จักกับผู้จัดการ ปัดเตรียมดึงตัวอีกฝ่ายให้พี่เกล้าดูแล มีประเด็นไม่ได้หยุดหย่อน สำหรับนางเอกสาวสวย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ไม่ว่าจะออกงานไหนก็จะต้องมีประเด็นให้แฟนๆ อัพเดตกันตลอด และล่าสุด กับประเด็นแรงที่เตรียมฉกสาวน้ำตาล ชลิตา มาให้ผู้จัดการส่วนตัวของเธอดูแล อีกทั้งข่าวดีๆ ที่สาวใหม่ได้เป็นตัวแทนสาวเอเชียรับโฆษณาสินค้าต่างประเทศ ซึ่งสาวใหม่จะชี้แจงเรื่องราวนี้อย่างไรไปฟังกันเลย

หลายคนเห็นว่าใหม่สนิทกับน้ำตาล? “อ๋อ สนิทกับน้องตั้งแต่ยังไม่ได้ตำแหน่งในประเทศไทย รู้จักกันเพราะว่าผู้จัดการน้องน้ำตาลสนิทกับผู้ช่วยคนทำผมที่เราใช้อยู่ แล้วสนิทกับทางเรา เขาก็พาน้องมาแนะนำเราก็รู้สึกเอ็นดูและน้องก็น่ารักจริงๆ ค่ะ คนไทยรักน้องน้ำตาลจริงๆ และรักถูกคนแล้วค่ะ เพราะน้องน่ารักจริงๆ” คนเห็นว่าสนิทกัน คิดว่าใหม่จะดึงน้องน้ำตาลให้พี่เกล้าดูแล? “ไม่แย่งนะคะ ไม่ค่ะ แค่สนิทกัน เรารักกันเป็นพี่น้องกัน ช่วยเหลือกันไม่หวังผลตอบแทนค่ะ” น้องโดนกระแสดราม่า ให้กำลังใจน้องบ้างรึยัง? “ยังไม่รู้สึกว่าคนไม่โอเคกับน้องนะ รู้สึกว่าคนรักน้อง ยังไม่เป็นกระแสดราม่าของน้องเลย” คนมองว่าน้องไม่สวย? “สวยค่ะ ไม่งั้นจะสวยเป็นอันดับที่ 4 ของโลกนะ”

ห็นว่าไปถ่ายโฆษณามา มีเด็กๆ เกาหลีด้วย? “ใช่ค่ะ เป็นงานชิ้นใหม่ที่ยังไม่เคยได้เป็นมาก่อน เร็วๆ นี้น่าจะได้เห็นกัน น่าจะเป็นเดือนหน้า” เป็นสินค้าไทยหรือเปล่า? “เป็นสินค้าของต่างชาติค่ะ ก็เป็นตัวแทนของแถบเอเชีย” ไปร่วมงานแล้วรู้สึกยังไงบ้าง? “ดีค่ะ ดีมากๆ ก็พยายามใช้ความสามารถทางภาษาเกาหลีที่มีอยู่น้อยนิดพูดกับน้อง (ยิ้ม) ก็ผ่านไปได้ด้วยดี กองถ่ายทีมงานน่ารัก เร็วๆ นี้จะบินไปถ่ายที่สิงคโปร์ค่ะ” ค่าตัวสูงหรือเปล่า? “ไม่สูงมากหรอกค่ะ น่ารัก ทำงานสะดวก ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ร่วมงาน ถือว่าได้เป็นตัวแทนของเอเชีย” ถือว่าเป็นงานโกอินเตอร์ชิ้นใหม่? “อีกชิ้นนึงที่ดีใจมากๆ อยากให้ติดตามกันด้วย (ยิ้ม)” บอกได้มั้ยว่าเป็นอะไร? “ไม่รู้เขาให้บอกเหรอยัง แต่ทุกคนต้องมีใช้ต้องมีติดตัว และสวยงาม” เน้นงานโกอินเตอร์หรือเปล่า? “มันเป็นโอกาส ใหม่ก็อยู่ตรงนี้ทำงานในไทยแต่ถ้ามีโอกาสมาก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรามาก” นอกจากโฆษณาหลายคนก็ลุ้นงานหนัง งานละครที่ต่างประเทศ จะมีลุ้นมั้ย? “ก็แคสต์ๆ ค่ะ ถ้าแคสต์ได้ เพราะว่าไม่ปิดกั้นตัวเอง แต่ว่าโชคชะตาก็เป็นตัวกำหนด แต่มีแคสต์ไว้บ้าง แต่งานละครที่ไทยก็เยอะแล้ว ที่ผ่านมาใหม่ก็ไปแคสต์งานไว้เป็นปกติอยู่แล้ว” ทราบผลหรือยังที่ไปแคสต์ๆ ไว้? “ที่ผ่านมาคงไม่ได้ (หัวเราะ) ไม่ลุ้นแล้วค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสก็พร้อมค่ะ”

‘กัน’ อินเลิฟ ‘ศิตา’ ยกให้เป็นกำลังใจสำคัญ กั๊กเรียกแฟน ขอใช้เวลาเรียนรู้ไลฟ์สไตล์

กลับมาดีกันแล้ว สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง กัน–นภัทร อินทร์ใจเอื้อ กับ ศิตา ชุติภาวรกานต์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ดูจะมีปัญหาไม่เข้าใจกัน ล่าสุดเจอ กัน มาร่วมงานซ้อมคอนเสิร์ต “4 โพดำ ตอน Black Magic มนต์ดำ…ปิ๊ดปี๋” ที่ D-Play RCA เลยถามว่า สถานะตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? “ตอนนี้ปกติแล้วครับ ถามว่าใครง้อใคร ก็ต้องผู้ชายครับ ก็ไม่มีอะไรมาก ก็คุยกันปกติครับ ก็ไม่งอนนานนะครับ ส่วนวิธีการง้อก็ให้กำลังใจในการทำงาน เค้าก็ใจอ่อนเอง ผู้หญิงต้องการแค่กำลังใจ ก็ง้อไม่นานครับ”ตอนนี้ความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหน? “ใจเย็นๆครับ ต่างคนต่างทำงาน เพราะว่าน้องเองก็มีงานของ เค้า เราก็มีงานของเรา ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปยุ่งงานของกันและกัน ต่างคนต่างก็โฟกัสในสิ่งที่ทำแล้วก็ตอนนี้ก็ให้กำลังใจกันและกัน เป็นคนที่คุยปรึกษา ให้กำลังใจกันแค่นี้ก็โอเคแล้วครับ”

มีเวลาได้เจอกันได้คุยกันมั้ย? “มีครับ ก็เจอกัน ไปดูหนัง ไปกินข้าว แต่ก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เพราะเราเองก็ซ้อมคอนเสิร์ต ตอนนี้ก็ต้องโฟกัสที่งานแล้วก็ตั้งใจเก็บเงิน พยายามเก็บเงินทำงานเยอะๆ ตอนนี้ตั้งใจจะปลูกบ้าน” อย่างนี้เรียกสถานะกันว่าอะไร? “ก็เป็นน้องสาวที่คุยให้กำลังใจกัน ก็ไม่ได้ตั้งสถานะขนาดนั้น” มีไลฟ์สไตล์อะไรที่ต้องปรับตัวเข้าหากัน? “เยอะครับ เพราะว่าเราเองมีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกันเยอะๆ แล้วก็ใช้เวลาอีกนาน เราเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ตอนนี้ก็มีกำลังใจที่ดีในการทำงาน น้องเองก็มีเราปรึกษาได้ ตอนนี้ก็โอเค แต่ว่าเรื่องของความปรับตัวผมว่าต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าปีสองปี ก็คงไปเรื่อยๆ เราก็ไม่ได้รีบอะไร ใจเย็นๆ” วาเลนไทน์ไปไหนกัน? “ทำงานครับ พอดีซ้อมคอนเสิร์ตพอดี” ไม่กลัวเค้างอนอีกเหรอ? “ไม่หรอกครับ เค้าเข้าใจ เราทำงาน” มีเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรมั้ย? “ยังไม่ได้คิดเลยครับ ก็เอาไว้ดู วันไหนก่อนว่ามีเวลา และมีโอกาสมั้ย” ปกติวาเลนไทน์เรามีโมเมนต์อะไรอย่างนี้มั้ย? “จริงๆก็นิดนึงนะ เราก็ทำทุกวัน ให้ดีครับ แต่วันนี้อาจจะพิเศษหน่อย อาจจะส่ง ดอกไม้ให้คนที่เรารัก”

เราเป็นคนโรแมนติกมั้ย? “ค่อนข้างครับ เมื่อก่อนเป็นคน ค่อนข้างโรแมนติกมาก พอเราโตขึ้นมันก็รู้สึกว่าเราก็พูดคุย กันภาษาธรรมดา คือ ต่อไปเราก็ไม่ได้พูดคำ หวานๆบางทีมันเลี่ยนไป รู้สึกว่าชีวิตจริงเราพูดภาษาปกติมันก็โอเคแล้ว อาจจะเป็นว่าช่วงนี้เราอาจจะลดลงกว่าเมื่อก่อน เพราะเราโตแล้ว บวชเรียนมาแล้วด้วย” ตอนนี้เรื่องบ้านเรายังติดอะไรอยู่? “ตอนนี้กำลังเลือกแบบบ้านกับพ่ออยู่ครับ ก็คิดว่าน่าจะปีนี้ต้องทำให้เสร็จ อยากให้พ่อ แม่ได้อยู่บ้านหลังใหม่แล้วครับ”.

ประเด็นที่สำคัญกว่า “ความสำเร็จ” ของ “ปืนใหญ่”

ผ่านมาครึ่งฤดูกาลแล้ว ต้องยอมรับว่าขุนพลปืนใหญ่ “อาร์เซน่อล” ก็ยังเป็นทีมที่เรารู้จักเหมือนเดิม เพราะมักตกม้าตายหรือสะดุดยอดหญ้าหน้าเส้นชัยเป็นประจำ เพราะก่อนเกมเมื่อวานก็แพ้ในลีกมา 2 นัดติด แพ้ “วัตฟอร์ด” คาบ้านตัวเอง 1-2 และแพ้ “เชลซี” 1-3 แน่นอนว่าสิ่งที่สาวกปืนใหญ่หวังคือ “ความสำเร็จ” โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ครั้งหลังสุดต้องย้อนหลังกลับไปฤดูกาล 2003-04 หรือไม่ก็แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกของสโมสร ซึ่งเข้าใกล้ที่สุดก็ 10 ปีที่แล้วที่ได้ตำแหน่งรองแชมป์หลังจากแพ้ “บาร์เซโลน่า” 1-2 ในรอบชิง อย่างไรก็ตาม กุนซือคนปัจจุบันอย่าง “อาร์แซน เวงเกอร์” คือกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและอยู่กับทีมยาวนานถึง 21 ปี ที่ยุคนี้ถ้าเจ้าตัวลงจากตำแหน่งเมื่อไหร่ คงไม่ได้เห็นกุนซือหรือโค้ชฟุตบอลที่อยู่กับทีมใดทีมหนึ่งนานๆเป็นทศวรรษแน่ ซึ่งประเด็นที่กำลังกลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันในอังกฤษหรือในยุโรปเอง ไม่ใช่ว่าปีนี้ทีมจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า หรือจะจบฤดูกาลแบบเดิมอีกไหม

แต่เป็นเรื่องของตัว “เวงเกอร์” เองว่าจะอยู่กับทีมต่อหรือเปล่าในฤดูกาลหน้า เพราะสัญญาฉบับล่าสุดของเจ้าตัวกับสโมสรจะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ และยังไม่มีการต่อสัญญาออกไปเหมือนหลายๆครั้งที่เคยทำมา นับตั้งแต่เจ้าตัวเข้ามารับตำแหน่งที่สโมสรในปี 1996 ด้วยวัย 46 ปี จนถึงตอนนี้ปี 2017 ที่อายุ 67 ปี ถือว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อและแสนมหัศจรรย์ไม่น้อยสำหรับแฟนบอลของทีม ทั้งเรื่องสุข เรื่องเศร้า หรือหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ถูกเขียนขึ้นในยุคกุนซือเลือดน้ำหอมคนนี้ แน่นอนว่าถ้า “เวงเกอร์” ต้องการจะอยู่ต่อ ถึงปีนี้จะคว้าน้ำเหลวหรือไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป ก็ยังเชื่อว่าบอร์ดบริหารของทีมก็มอบสัญญาให้อยู่ดี เพราะเจ้าตัวกลายเป็นตำนานของสโมสรไปเรียบร้อยแล้ว หรือเรียกว่าได้ว่าเป็นกุนซือที่ไม่มีทางโดนไล่ออกแน่ๆกับสิ่งที่เจ้าตัวทำให้กับทีมตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีข่าวว่า “เอียน ไรท์” อดีตนักเตะของทีมที่ทำงานสื่อในปัจจุบัน ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้หลังจากได้คุยกับ “เวงเกอร์” ซึ่ง “ไรท์” เองก็ออกมายืนยันว่า มีความเป็นไปได้สูงพอสมควรที่ยุคของเวงเกอร์จะจบหลงหลังจบฤดูกาลนี้ แม้ว่า “เวงเกอร์” จะไม่ได้พูดถึงเรื่องการวางมือหรือทำทีมต่อก็ตาม ในมุมของแฟนบอล “อาร์เซน่อล” เอง บางทีสิ่งที่สำคัญกว่าการเป็นแชมป์หรือความสำเร็จในฤดูกาลนี้ ถ้ายอมแลกกับการที่ให้ “เวงเกอร์” อยู่ทำทีมต่อ คงตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะมีตัวอย่างหลายทีมที่มีการเปลี่ยนถ่ายเปลี่ยนกุนซือแล้ว ส่วนใหญ่ “ไม่ดี” เหมือนเดิม เช่น “แมนฯ ยูไนเต็ด” หลัง “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” วางมือ หรือ “ลิเวอร์พูล” หลังยุคของ “ราฟาเอล เบนิเตซ” บางทีกุนซือเลือดน้ำหอมอาจจะใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 3 เดือนในการคิดและตัดสินใจอีกครั้ง ขึ้นอยู่กับผลงานของทีมว่าจะเป็นยังไง รวมทั้งไฟในการทำงานของเจ้าตัวเองว่ามีมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้แฟนบอลของทีมคงต้องลุ้นเพียงอย่างเดียว สุดท้ายไม่ว่าบทละครเรื่องยาวระหว่าง “อาร์เซน เวงเกอร์” กับ “อาร์เซน่อล” จะจบลงหลังฤดูกาลนี้หรือไม่ คงเป็นสิ่งที่บางทีแฟนบอลเห็นความสำคัญมากกว่าการได้แชมป์เป็นไหนๆ ถึงท้ายที่สุดก็ต้องมีวันที่ต้องแยกทางหรือเลิกลากันอยู่ดี

เร่เข้ามา! “ปืน” ประกาศขาย “อเล็กซิส” 43 ล้านปอนด์ซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติชิลี วัย 28 ปี ให้กับทีมที่สนใจในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ต้องได้ราคาตามที่ต้องการ อยู่ที่ 43 ล้านปอนด์ (1,884 ล้านบาท) จากการนำเสนอข่าวของ “Corriere dello Sport”

ความเคลื่อนไหวของถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ล่าสุดตกเป็นข่าว จากการนำเสนอของสำนัก “Corriere dello Sport” ซึ่งรายงานว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะตัวเก่งวัย 28 ปี ออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ 2016-17

ทั้งนี้ระบุว่าสืบเนื่องมาจากสัญญาค้าแข้งฉบับใหม่ของอดีตนักเตะอูดิเนเซ่ และบาร์เซโลน่า ยังไม่สามารถหาข้อยุติหรือข้อตกลงร่วมกันได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจขาย ดีกว่าต้องเสียนักเตะไปโดยไม่ได้แม้แต่แดงเดียว ขณะที่สัญญาของดาวเตะทีมชาติชิลี จะหมดอายุในปี 2018 โดย ”เดอะ กันเนอร์ส” พร้อมขายทันที หากได้ค่าตัวตามที่ต้องการที่จำนวนเงิน 43 ล้านปอนด์ สำหรับอเล็กซิสนั้นตกเป็นข่าวพัวพันหลายทีมช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงทีมในลีกจีน ฯลฯ

‘เจมส์’ โต้แทน ‘จียอน’ ย้ำไม่ใช่คนเรื่องเยอะ

หลังจากมีกระแสหนังเรื่อง “MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก” มีกระแสข่าวว่ามีการเปลี่ยนตัวนักแสดงจาก “จียอน” เป็น “จอย ไกอา” จุฑามาศ วิชัย แทน คนเลยมองว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ได้เจอเจมส์ จึงต้องถามไถ่ ได้ความว่า “ก็จริง พอดีหนังมีการถ่ายเพิ่ม แต่สาเหตุที่เปลี่ยนตัวพี่จียอนผมเองก็ไม่ทราบ ต้องไปถามเจ้าของหนัง ส่วนตัวผมเองไม่มีปัญหาและไม่รู้ว่าทำไม ที่มีการถ่ายเพิ่มเติมอาจจะเป็นเรื่องคิวหรือเปล่าผมเองก็ไม่ทราบ”

“(มีคนว่าจียอนเรื่องเยอะ) ไม่นะ พี่เขาก็เฟรนด์ลี่มากๆ คุยกันสนุกสนาน ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอย่างนั้น ถามว่าตกใจไหมที่มีการเปลี่ยนตัว ก็ไม่นะ เพราะการทำงานมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว อาจจะเป็นเรื่องคิวนักแสดง เรื่องการเปลี่ยนบท หรือว่าการกำกับ มันมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว ซึ่งหนังมันมีการถ่ายเพิ่มก็เลยเข้าใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ผมเข้าใจและไม่ได้คิดมาก” “(ได้คุยกับจียอนไหม) ไม่ได้คุย เจอกันก็ทักทายกันปกติ ก็ไม่ค่อยได้เจอกันด้วย พอเจอกันก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนั้น อย่างที่บอกมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเพราะยังไงหนังก็ออกมาตามที่เจ้าของหนังต้องการแค่นี้ก็พอแล้ว ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว” “(พอในกองมีปัญหาท้อไหม) งานทุกชิ้นมีปัญหาหมดแหละ เราก็มองข้ามไปและทำให้ดีที่สุดถ้าปัญหามันไม่ได้เกิดขึ้นที่เรา เราก็ไม่ต้องคิดมาก เราแค่รู้และเข้าใจว่ามันมีปัญหาเราก็ทำให้มันดีที่สุดต่อไปในอนาคตเท่านั้นเอง” เจมส์ตอบ

ถามถึงว่ากับเรื่องนี้ได้รับผลกระทบอะไรไหม เจมส์เผย “ไม่มีนะ อย่างที่บอกมันมีการถ่ายเพิ่มเพื่อความสวยงามอยู่แล้ว เราก็ไม่ซีเรียสอยู่แล้วอยากทำงานให้ออกมาดีไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมาย หนังจะเข้าโรงวันที่ 23 ก.พ.นี้ ก็อยากให้คนดูมีความสุข เราไม่ได้คิดว่าจะต้องดังอะไรมากมาย เป็นหนังเกี่ยวกับคนเหงา ใครที่เหงาๆ อยากมีแฟน อยากมีความรักก็อย่าลืมไปดูกันนะ ซึ่งหลังจากมีงานเปิดตัวหนังไปแล้ว หลายๆคนมาบอกกับเราว่าดูเจ๋งดี เป็นแนวใหม่ ก็ขอบคุณ พอใจกับฟีดแบกที่ได้รับมา คนทักเกี่ยวกับหนังเยอะ อย่างน้อยก็มีคนถามผมก็โอเคแล้ว” “(จะไปฉายที่เกาหลีด้วยไหม) จะไปฉายที่ต่างประเทศหรือเปล่า เราไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ ฉายที่ไทยที่แรก” พระเอกหนุ่มกล่าวสรุป

คิดเห็นตรงกัน มาริโอ้-จันจิ งดลงรูปคู่ เลี่ยงโดนแฟนคลับด่า

มาริโอ้ เผย จันจิ อยากตัดปัญหาแอนตี้เลยไม่ลงรูปคู่ตอนรับปริญญา บอกถ่ายคู่กันปกติ เผยฝ่ายหญิงยังมีเครียดบ้างเวลาเจอกระแส ส่วนตัวคอยให้กำลังใจ เล็งหาของเซอร์ไพรส์ให้จันจิ

เพราะฝ่ายหญิง จันจิ จันจิรา เคยออกมาให้ข่าวก่อนหน้านี้แล้วว่า ที่ไม่ลงรูปคู่เมื่อวันไปแสดงความยินดีกับหวานใจ มาริโอ้ เมาเร่อ เพราะไม่อยากจะให้เป็นกระแสและประเด็นทำให้แฟนคลับบางคนเข้ามาด่า ล่าสุดได้เจอหนุ่มโอ้ เลยไม่พลาดที่จะสอบถามว่าทำไมไม่ลงรูปคู่กับหวานใจบ้าง ซึ่งหนุ่มโอ้จะตอบว่าอย่างไรนั้น ไปฟังกันเลย

เมื่อครั้งรับปริญญาจันจิไปร่วมแสดงความยินดี แต่ไม่ลงรูปคู่กัน? “ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องลง” จันจิบอกว่าที่ไม่ลงเพราะไม่อยากให้เป็นประเด็น? “ก็ด้วยครับ เราไม่อยากให้โฟกัสขนาดนั้น ปกติเราก็มีถ่ายกันแต่ว่าไม่ได้ลง” มีคุยกันมั้ยว่าเราไม่ลงรูปคู่กันดีกว่า? “ไม่ครับ ไม่ได้คิดว่าจะต้องลง” แฟนๆ บางคนก็เชียร์อยากเห็นรูปคู่? “อ๋อ ยังไม่รีบลง” จันจิยังดูกังวลเรื่องกระแส? “ก็พยายามให้กำลังใจไม่ให้คิดมาก แต่ก็ยังมีคิดอยู่บ้างนิดหน่อย” จันจิขี้กังวล? “มันก็มีบ้างครับ เราก็เลยไม่ลงดีกว่า” โอ้อยากลงรูปคู่บ้างมั้ย? “ก็ไม่นะครับ ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเปิดตรงจุดนี้ ผมก็ไม่ได้ปิดนะ” วาเลนไทน์นี้มีอะไรเซอร์ไพรส์หรือยัง? “ยังเลย ผมต้องไปคิด ต้องมีแหละครับ” ติดงานหรือเปล่า? “ใช่ครับเร่งละครอย่างเดียว แต่ก็คงจะมีของให้ครับ”

เปิดหัวไทยลีก 2017 แชมป์เก่า ‘กิเลนผยอง’ บุกรัง ‘กระต่ายแก้ว’

เปิดสนามศึกลูกหนังไทยลีก 2017 วันนี้ มีเตะทั้งหมด 5 คู่ 5 สนาม ประเดิมด้วยเกมบิ๊กแมตช์ แชมป์เก่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่จะระดมแข้งทีมชาติไทย ยกพลบุกรัง “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส ที่ลีโอ สเตเดียม ถ่ายทอดสดทางทรู 4 ยู และทรูสปอร์ต เอชดี 2 เวลา 19.00 น. ขณะที่ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี เฝ้ารังแพท สเตเดียม พบ “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ส่วน “มังกรไฟ” โปลิศ เทโร เล่นที่สนามบุณยะจินดา รอรับแข้ง “โลมา” พัทยา ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับ “กูปรี” ศรีสะเกษ ที่จะเปิดศึกดาร์บี้แมตช์อีสานกับ “เทพอินทรี” อุบล ยูเอ็มที ทีมน้องใหม่ป้ายแดงของลีกสูงสุด

ศึกฟุตบอลไทยลีก หรือ “ที 1” ลีกสูงสุดของไทย ได้ฤกษ์เปิดฉากฟาดแข้งฤดูกาลใหม่กัน ในวันเสาร์ที่ 11 ก.พ.นี้ โดยมีแข่งขันทั้งหมด 5 คู่ 5 สนาม ซึ่งไฮไลต์จะอยู่ที่เกม “บิ๊กแมตช์” เวลา 19.00 น. เป็นการดวลกันของ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านสนามลีโอ สเตเดียม พบ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และแชมป์ 4 สมัย ถ่ายทอดสดทางช่องทรู 4 ยู กับทรูสปอร์ต เอชดี 2 บางกอกกล๊าส ภายใต้การคุมทีมของ ออเรลิโอ วิดมาร์ กุนซือชาวออสเตรเลีย ปีนี้ได้ผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทีมหลายคน อาทิ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, ยาสมานี คัมโปส เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโบลิเวีย ส่วนแกนหลักอย่าง อาเรียล โรดริเกวซ จักรพันธ์ พรใส สุรชาติ สารีพิมพ์ ยังอยู่กันครบ ส่วนเอสซีจี เมืองทองฯ ของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน เสีย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ไปให้กับ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่นักเตะระดับทีมชาติไทยคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำโดย “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา สารัช อยู่เย็น ธีราทร บุญมาทัน ทริสตอง โด ซึ่งพร้อมลงสนามทั้งหมด รวมถึงคลีตัน ซิลวา ดาวยิงเบอร์ 1 ขณะที่แข้งใหม่อย่าง เซลิโอ กองหลังชาวบราซิลพร้อมเป็นตัวจริงเช่นกัน เว้นเพียงอี โฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ที่ยังไม่ฟิต

สำหรับคู่อื่นที่เหลือ เริ่มเวลา 17.45 น. “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ น้องใหม่กลับขึ้นชั้นมาอีกครั้ง เฝ้ารังแพท สเตเดียม พบ “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 จากนั้น เวลา 19.00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดสนามกีฬา จ.สุพรรณบุรี พบ “พญาอินทรี” ไทย ฮอนด้า น้องใหม่ ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต เอชดี 3 เวลา 18.00 น. “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ทำศึกดาร์บี้แมตช์อีสานในรังตัวเอง ที่สนามศรีนครลำดวน พบ “เทพอินทรี” อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด น้องใหม่ที่เลื่อนชั้นมาเล่น ไทยลีก เป็นครั้งแรก ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 6 และปิดท้ายเวลา 20.00 น. “มังกรไฟ” โปลิศ เทโร ปีนี้ย้ายไปเล่นที่สนามบุณยะจินดา พบ “โลมามหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2

เจ๋งเหมือนเดิม! “ชนาธิป” คว้าสุดยอดแข้งโกลเด้นบอล 2 สมัยซ้อน

“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังเจ๋งเหมือนเดิมคว้ารางวัลสุดยอดนักเตะเมืองไทยในงานฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล 2 สมัยซ้อน ขณะที่ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน รับรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมหลังพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ซิวแชมป์ลีกสูงสุด ด้านรางวัลนักฟุตซอลเยี่ยมเป็นของ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ฝั่งสโมสรยอดเยี่ยมตกเป็นของ เอสซีจี เมืองทอง ในงานมอบรางวัลฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ครั้งที่ 6 เป็นปีที่ 6 แล้วสำหรับการมอบรางวัลฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล รางวัลที่ตอบแทนคนในวงการฟุตบอลไทยที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในปี 2559 โดยในปีนี้ มี 8 รางวัลมอบให้สุดยอดนักเตะ ในช่วงเที่ยงของวัน พุธ ที่  8 ก.พ.ที่ผ่านมา สตูดิโอสยามสปอร์ตเทเลวิชั่น

สำหรับเยาวชนยอดเยี่ยมตกเป็นของ สิทธิโชค ภาโส ของชลบุรี เอฟซี ตอนนี้เล่นสโมสรคาโงชิมา ในเจ 3 ประเทศญี่ปุ่นด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ,ดาวรุ่งยอดเยี่ยม วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ นักเตะใหม่ของเอสซีจี เมืองทอง เพิ่งย้ายมาจาก พัทยา ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม วราภรณ์ บุญสิงห์ บีจี บัณฑิตเอเชีย , นักฟุตซอลยอดเยี่ยม จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ของ ชลบุรี บลูเวฟ , นักเตะต่างชาติยอดเยี่ยม คลีตัน ซิลวา กองหน้าเอสซีจี เมืองทอง เจ้าของผลงาน 27 ประตูในซีซั่นที่ผ่านมา สโมสรยอดเยี่ยม เป็นของ เอสซีจี เมืองทองฯ ที่สามารถกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 3 ปี, ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ธชตวัน ศรีปาน กุนซือกิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทองฯ  ส่วนนักฟุตบอลยอดเยี่ยม  เมสซีเจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากเอสซีจี เมืองทองฯ ซิวรางวัลนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ยังเป็น รางวัลที่ 7 ของเจ้าตัวในฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ซึ่ง ชนาธิป ได้รับรางวัลครั้งแรกในวัย 18 ปี ตั้งแต่เยาวชนยอดเยี่ยม ในฟุตบอลสยาม โกลเด้นบอลครั้งที่  2 และ กวาด 5 รางวัล ในฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ครั้งที่ 5 ตั้งแต่ นักเตะยอดเยี่ยม, ดาวรุ่งยอดเยี่ยม, ป๊อปปูล่าโหวต, รวมดาราไทยพรีเมียร์ลีก และประตูประทับใจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล กล่าวขอบคุณรางวัลอันทรงเกียรติในชีวิตการค้าแข้งอีกครั้ง และพร้อมที่จะใช้เป็นแรงกระตุ้นพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปอีกระดับอีกด้วย ขณะที่ “ปูเป้” สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.ช่องสยามสปอร์ตฟุตบอล ทรู 694 ประธานจัดงานฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ได้เปิดเผยว่า ทุกรางวัลได้รับการกลั่นกรองจากคณะกรรมการมาอย่างดี และเชื่อว่าทุกรางวัลจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเตะในรุ่นต่อๆไปด้วย